รอบรู้การค้าขายกับเมืองจีน

Print PDF

• กรอบความตกลงทั่วไป ระหว่าง ไทย – จีน

จากระยะเวลาที่ผ่านมานั้นประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ดำเนินการเจรจาและมีข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้นำไปสู่กรอบความตกลงที่ต้องดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกรอบความตกลงทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องการค้าของทั้ง 2 ประเทศ ประกอบด้วย

1.อาเซียนและจีนมีการลงนามกรอบความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียน - จีน ( Framework Agreement on ASEAN - China Comprehensive Economic Cooperation ) เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2545 เป็นแนวทางสำหรับการเจรจาตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน - จีน ซึ่งครอบคลุมด้วยการค้าสินค้า การบริการ การลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจในสาขาต่าง ๆ

2.ภายใต้กรอบการค้าเสรีอาเซียน - จีน ด้านสินค้าได้กำหนดให้ลดภาษีภายในวันที่ 1 มกราคม 2548 และเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2553 สำหรับอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และจีน และภายในปี 2558 สำหรับอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ) โดยกำหนดอัตราภาษีปกติลดลงปีสุดท้ายมี 2 อัตรา คือ 0 เปอร์เซ็นต์ และ 5 เปอร์เซ็นต์ และได้กำหนดให้เริ่มลดภาษีสินค้าบางรายการลงทันที (Early Harvest : EH) ของสินค้าเกษตรทุกรายการ ในตอนที่ 01 - 08 ได้แก่ สัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ใช้บริโภค ปลาและสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่น ต้นไม้ และพืชที่มีชีวิต พืชผักใช้บริโภค และผลไม้ โดยให้ลดภาษีภายในวันที่ 1 มกราคม 2547 ให้เป็น 0 ภายในปี 2549 สำหรับอาเซียนเดิม 6 ประเทศ และจีน ส่วนอาเซียนใหม่ภายในปี 2553

3.ตามกรอบของ EH ไทยและจีนได้ลงนามข้อตกลงเขตการค้าเสรีสินค้าผักและผลไม้ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2546 ให้ลดภาษีนำเข้าของ 2 ประเทศ ให้ลงเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 นี้ เป็นต้นไป

• โอกาสทางการค้าของไทยสู่จีน

หากมองในแง่ของโอกาสทางการค้าระหว่างไทยกับจีนแล้ว จากข้อมูลในเอกสารชิ้นนี้ได้ประมวลข้อเด่นของไทย ดังนี้

1.เนื่องจากไทยมีศักยภาพการผลิตของสินค้าหลายชนิดที่ยังคงได้เปรียบเมื่อเทียบกับประเทศจีนและคู่แข่งขันที่สามารถผลิตเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ เช่น ลำไย ทุเรียน มังคุด ส้มโอ เงาะ กล้วยไข่ ลองกอง และมะพร้าวอ่อน

2.ตลาดจีนมีโอกาสขยายการส่งออกได้อีกมาก เนื่องจากจีนมีประชากรจำนวนมาก ประมาณ 1,300 ล้านคน และเศรษฐกิจจีนค่อนข้างมีเสถียรภาพ รายได้ของประชากรดีขึ้น โดยเฉพาะเมืองเซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง หนานหนิง ฟูเจียน เซียะเหมิน ปักกิ่ง และเฉินตู เป็นต้น ซึ่งไทยน่าจะมีโอกาสในการเจาะตลาดนี้ได้เพิ่มขึ้น

3.การขนส่งสินค้าเกษตรจากไทยไปจีนมีโอกาสขยายเส้นทางทะเลมุ่งสู่ตลาดจีนโดยไม่ต้องผ่านฮ่องกง เนื่องจากการลดภาษีเป็น 0 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไทยสามารถส่งสินค้าไปท่าเรือของเมืองต่าง ๆ ของจีนโดยตรงได้มากขึ้น เช่น เซี่ยงไฮ้ นานกิง กวางตุ้ง และเซียะเหมิน เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลให้การส่งออกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ เส้นทางขนส่งทางอากาศยังสามารถขยายการส่งสินค้าผลไม้ไปยังสนามบินเมืองต่าง ๆ ในมณฑลยูนนานและเมืองอื่น ๆ ที่สำคัญได้เพิ่มมากขึ้น

• กลยุทธ์ส่งออกสินค้าสู่จีน

1.การรักษาคุณภาพสินค้า แนวทางการดำเนินงาน ให้จดทะเบียนและรับรองกระบวนการผลิต (GAP) ของสวนที่ผลิตเพื่อส่งออก สร้างห้องปฏิบัติการ / ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่แหล่งผลิต ให้ภาคเอกชนทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบกระบวนการผลิตและรับรองสินค้า (Cerify Body) ในระดับฟาร์มของเกษตรกรโดยรัฐเป็นผู้กำกับดูแลและรณรงค์ให้เกษตรกรได้เข้าใจถึงการปรับปรุงการผลิต เพื่อรักษาคุณภาพมาตรฐานเพื่อการส่งออก

2.ลดข้อกีดกันการค้า แนวทางดำเนินงานคือ แต่งตั้งผู้แทนไทยเพื่อเจรจา เพื่อลดข้อกีดกันด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ยกเลิกข้อตกลงให้นำเข้าได้เฉพาะ 5 สวน ที่ผ่านการตรวจสอบและจดทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร จัดทำ MRA ในด้านสินค้าเกษตรระหว่างไทยและจีน ยกเลิก/ขยายโควต้าการนำเข้าและลดขั้นตอนพิธีการศุลกากรของจีนในเมืองท่าที่จะเปิดใหม่

3.เพิ่มช่องทางการจำหน่าย แนวทางดำเนินงาน ให้มีการส่งเสริมการบริโภคสินค้าเกษตรของไทยไปจีนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทั้งการสร้าง Brand Name ของไทย จัดงานแสดงสินค้า โฆษณาในสื่อต่าง ๆ และจัดทำโปสเตอร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้า

4.ขยายเส้นทางขนส่ง แนวทางดำเนินงาน เจรจาขยายเส้นทางขนส่งทางทะเลไปยังเมืองท่าที่สำคัญ เช่น เซี่ยงไฮ้ ฟูโจว เซียะเหมิน

5.สร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการธุรกิจ แนวทางดำเนินงาน ทั้งการฝึกอบรมด้านภาษาจีนและขนบธรรมเนียมจีนแก่นักธุรกิจ เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจระหว่างประเทศ ทำการศึกษาตลาดในเมืองที่สำคัญในมณฑลต่าง ๆ เช่น เซี่ยงไฮ้ นานกิง ฟูเจี้ยน เซียะเหมิน และกวางตุ้ง เป็นต้น โดยรัฐบาลสนับสนุนเงินงบประมาณและ/หรือร่วมกับภาคเอกชนดำเนินการศึกษาตลาดในจีน

• เส้นทางขนส่งสินค้าจากไทยสู่จีน

ปัจจุบันการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้น สามารถเลือกใช้เส้นทางได้ 3 วิธี คือ

1. การขนส่งทางเรือ ถือว่าเป็นเส้นทางขนส่งหลักในเวลานี้ ทั้งนี้การขนส่งทางเรือจากไทยสู่จีนสามารถทำได้สองเส้นทาง โดยเส้นทางแรก การขนส่งตามลุ่มแม่น้ำโขง ใช้เส้นทางจากท่าเรือที่อำเภอเชียงแสนหรือเชียงของ จังหวัดเชียงราย เดินทางไปยังท่าเรือที่เมืองสิบสองปันนาในมณฑลยูนนานหรือไปยังท่าเรือเมืองหนานหนิง เขตการปกครองอิสระกวางสี จากนั้นกระจายสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ ต่อไป

เส้นทางที่สอง การขนส่งทางทะเล ส่วนใหญ่การขนส่งสินค้าใช้เส้นทางจากแหลมฉบังผ่านทะเลจีนใต้ไปยังฮ่องกง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 วัน จากนั้นขนถ่ายสินค้าลงเรือเล็ก เพื่อขนส่งต่อไปยังท่าเรือหนานไห่ เข้าสู่ตลาดกลางค้าส่งผลไม้นำเข้าหลีสุ่ย เมืองกวางเจา และกระจายสินค้าไปเมืองต่าง ๆ ของมณฑลกวางตุ้งและมณฑลอื่น ๆเช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และเซียะเหมิน

2. การขนส่งทางอากาศ ส่วนมากใช้ขนส่งสินค้าตอนต้นฤดูกาลผลิตที่มีสินค้าน้อยและราคาสูงไปยังท่าอากาศยานในเมืองสำคัญต่าง ๆ ของจีน เช่น ท่าอากาศยานนครคุนหมิง เฉิงตู เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ซึ่งในปี 2544 ไทยมีการส่งออกผักและผลไม้ไปมีปริมาณ 100 ตัน มูลค่า 3.7 ล้านบาท

3. การขนส่งทางบก เป็นเส้นทางขนส่งไปยังจีนด้วยรถบรรทุกสินค้า ซึ่งสามารถใช้เส้นทางได้ 5 เส้นทาง แต่ปัจจุบันยังไม่นิยมใช้ เนื่องจากสภาพถนนไม่ดีและการก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยประกอบด้วย

  • เส้นทางแรก จากจังหวัดหนองคายเข้าสู่เวียงจันทน์ ประเทศลาว จากนั้นเข้าสู่ประเทศเวียดนาม และผ่านเข้าสู่ประเทศจีนทางเมืองหนานหนิง เขตการปกครองอิสระกวางสี
  • เส้นทางที่สอง จากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เข้าสู่ประเทศพม่าทางด่านท่าขี้เหล็ก ผ่านเมืองยองและเข้าสู่ประเทศจีนทางเมืองเหมิ่นซ่ง เพื่อเข้าสู่สิบสองปันนา มณฑลยูนนาน โดยมีระยะทาง 240 กิโลเมตร
  • เส้นทางที่สาม จากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เข้าสู่ประเทศพม่าทางด่านท่าขี้เหล็ก ผ่านเมืองเชียงตุง แล้วเข้าสู่สิบสองปันนา ประเทศจีน มีระยะทาง 253 กิโลเมตร
  • เส้นทางที่สี่ จากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เข้าสู่ประเทศลาว ผ่านทางห้วยทรายใน หลวงน้ำทา บ่อเตน บ่อหวาน แล้วเข้าสู่สิบสองปันนา ประเทศจีน มีระยะทาง 254 กิโลเมตร
  • เส้นทางที่ห้า จากอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เข้าสู่ประเทศลาว ผ่านด่านห้วยโกร๋น ด่านน้ำเงิน ปากแบ่ง บ่อเตน บ่อหาน แล้วเข้าสู่สิบสองปันนา ประเทศจีน มีระยะทาง 300 กิโลเมตร
Last Updated on Friday, 14 October 2011 08:17

sponsors